Boosting Cream เทรนด์ใหม่ของการบำรุงผิวแบบล้ำลึก!

by: gfc_admin date: 15 January 2016 Category: Beauty & Health, Beauty News, Hilight Today

#

####การทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำนับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผิวของคุณสาวๆ เปล่งปลั่ง เรียบเนียน กระจ่างใส แม้ยังไม่แต่งหน้า และผิวที่ดียังช่วยให้เมคอัพติดทนนานอีกด้วย รู้แบบนี้แล้วรีบบำรุงผิวด่วนๆ เลยค่ะ

แต่ว่าเอ๊ะ! ทำไมผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในท้องตลาดถึงได้เยอะจัง มีทั้ง ‘โทนเนอร์’ ‘ครีม’ ‘โลชั่น’ ‘อีมัลชั่น’ ‘เซรั่ม’ ‘เอสเซนส์’ ‘แอมเพิล’ ล่าสุดยังมี ‘บูสเตอร์’ เพิ่มขึ้นมาอีก! ต่างกันยังไง? ควรใช้อันไหน? อันไหนเหมาะกับผิว? วันนี้เรามาทำความรู้จักแต่ละตัวกันเถอะ!

beauty-awards1

####ขอเกริ่นก่อนว่าเจ้าโทนเนอร์, ครีม, โลชั่น, อีมัลชั่น, เซรั่ม, เอสเซนส์, แอมเพิล และ บูสเตอร์ จริงๆ แล้วมันก็คือ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ที่ช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิวนั้นเอง แต่อาจมีรูปแบบ เนื้อสัมผัส ความเข้มข้น ฯลฯ ที่แตกตต่างกัน สุดแล้วแต่ผู้ผลิตจะคิดค้นกันออกมา เอาล่ะ งั้นเรามาเริ่มกันเลย Let’s gooo

1. Toner: โทนเนอร์

โทนเนอร์คือตัว ‘ปรับสภาพผิว’ ที่สามารถ ‘ขจัดสิ่งสกปรก’ ที่อาจตกค้างจากการล้างหน้า หัวใจหลักของการใช้โทนเนอร์คือการนำสำลีชุบโทนเนอร์เช็ดใบหน้า เพราะผิวสัมผัสของสำลีทำให้โทนเนอร์สามารถเข้าถึงสิ่งสกปรกบนผิวได้ล้ำลึกกว่าการล้างหน้าธรรมดานั่นเอง ทั้งนี้โทนเนอร์ไม่ได้เน้นเรื่องการบำรุงสักเท่าไหร่ แต่ช่วยปรับสมดุลผิวมากกว่า เช่น ความชุ่มชื่น ค่า pH ฯลฯ ทำให้ครีมซึมซาบลงสู่ผิวง่ายขึ้น ดังนั้นควรใช้ครีมบำรุงหลังโทนเนอร์ภายใน 1- 2 นาที

เนื้อสัมผัส: บางเบามาก/ ลำดับการใช้: หลังล้างหน้า/ เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว
จุดเด่น: ปรับสมดุลผิวพร้อมขจัดสิ่งสกปรกที่อาจตกค้างอยู่

2. Essence: เอสเซนส์

เอสเซนส์เป็นตัวบำรุงผิวจากภายใน ก็คือเน้นการบำรุงที่ล้ำลึกเข้าไปถึงชั้นผิวเพื่อฟื้นฟูให้ผิวสุขภาพดีออกมากจากภายในเลยทีเดียว มักมีส่วนผสมเป็น Water-Base ทำให้เนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่เหนอะหนะ เหมาะอย่างมากกับผู้ที่แพ้สารตระกูลน้ำมัน ถึงเอสเซนส์จะไม่ได้ช่วยเรื่องความชุ่มชื่นมากนักแต่กลับได้รับความนิยมจากสาวเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะว่าเอสเซนส์สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวก็ได้

เนื้อสัมผัส: บางเบามาก/ ลำดับการใช้: หลังโทนเนอร์หรือใช้แทนโทนเนอร์/ เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว
จุดเด่น: บำรุงผิวจากภายใน เป็น Water-Base ซึมซาบเร็ว

3. Serum: เซรั่ม

เซรั่มมีคุณสมบัติคล้ายกับเอสเซนส์มาก เน้นการบำรุงผิวล้ำลึกจากภายในเหมือนกัน ต่างกันตรงที่เซรั่มมีส่วนผสมเป็น Oil-Base จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นมากกว่าเอสเซนส์ มีเนื้อสัมผัสหลากหลาย เช่น น้ำ, น้ำมัน หรือเจลใส ส่วนมากเซรั่มมักจะออกแบบมาเพื่อการดูแลปัญหาผิวแบบเฉพาะเจาะจง เช่น แก้ไขปัญหาสิว, ดูแลริ้วรอย หรือแก้ไขผิวหมองคล้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

เนื้อสัมผัส: บางเบา/ ลำดับการใช้: หลังโทนเนอร์หรือหลังเอสเซนส์/ เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว ผิวมัน
จุดเด่น: บำรุงผิวจากภายใน มีสารบำรุงเข้มข้นเพื่อแก้ปัญหาผิวอย่างตรงจุด

4. Ampoule: แอมเพิล

สำหรับแอมเพิลนี้เกิดมาเพื่อฆ่าเซรั่มอย่างแท้จริง เพราะมีส่วนผสมที่เข้มข้นมากกว่าเซรั่มขึ้นไปอีก จึงให้ผลลัพธ์ในระยะอันรวดเร็ว! ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสบางเบาที่สุด และซึมซาบเข้าสู่ผิวได้เร็วที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมแอมเพิลถึงมีราคาแพง ก็น้ำๆ ที่เห็นนั้นมันคือสารบำรุงเต็มๆ เลยไงจ๊ะ ใช้แปปเดียว รู้เรื่อง! ดังนั้นเพื่อความประหยัดบางคนจึงใช้แอมเพิลแต้มเฉพาะจุดที่ต้องการบำรุงเท่านั้น

เนื้อสัมผัส: บางเบา/ ลำดับการใช้: หลังโทนเนอร์/ เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว
จุดเด่น: มอบการบำรุงเข้มข้นให้ผลลัพธ์รวดเร็ว

5. Emulsion: อีมัลชั่น

เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ค่อนข้างบางเบา เนื้อคล้ายกับโลชั่นผสมเจล คือไม่เหลวและไม่ข้นจนเกินไป มีคุณสมบัติช่วยบำรุงและเคลือบผิวชั้นนอกให้ชุ่มชื่น สำหรับผู้ที่มีผิวผสมและผิวมันอีมัลชั่นนี่แล่ะคือคำตอบของคุณ! เพราะอีมัลชั่นช่วยปกป้องผิวให้ชุ่มชื่นอย่างพอเหมาะ ไม่ทำให้ผิวขาดน้ำ และไม่ทำให้ผิวมันขึ้นด้วย จึงไม่แปลกที่สาวเกาหลีจะนิยมใช้อีมัลชั่นแทนเดย์ครีมบำรุงผิวก่อนลงเมคอัพ

เนื้อสัมผัส: เข้มข้น/ ลำดับการใช้: หลังเซรั่ม/ เหมาะกับ: ผิวผสมและผิวมัน
จุดเด่น: บำรุงและเคลือบผิวชั้นนอกให้ชุ่มชื่นโดยไม่ทำให้ผิวมันขึ้น ใช้แทนเดย์ครีมได้เลย

6. Lotion: โลชั่น

โลชั่นมีคุณสมบัติคล้ายอีมัลชั่น คือช่วยบำรุงและเคลือบผิวชั้นนอกให้ชุ่มชื่น ต่างกันตรงที่โลชั่นมีส่วนผสมที่เป็นน้ำมันมากกว่า จึงช่วยเติมความชุ่มชื่นให้แก่ผิวได้ดีกว่า นอกจากนี้ส่วนผสมจากน้ำมันยังช่วยเคลือบบนผิวชั้นนอก ลดการสูญเสียน้ำน้อยลง เหมาะกับผู้ที่มีผิวธรรมดาหรือผิวผสม

เนื้อสัมผัส: เข้มข้นปานกลาง/ ลำดับการใช้: หลังอีมัลชั่น/ เหมาะกับ: ผิวธรรมดาหรือผิวผสม
จุดเด่น: ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เหนอะผิว

7. Cream: ครีม

ขึ้นชื่อว่า ‘ครีม’ เนี้ยขอให้ทุกคนเดาไว้ก่อนเลยว่าเนื้อเขาต้องเข้มข้น! เพราะครีมมีส่วนผสมจากน้ำมันเยอะที่สุด อุดมไปด้วยสารบำรุงที่เข้มข้นและความชุ่มชื่นเต็มพิกัด มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวชั้นนอกชุ่มชื่นอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งหรือเอาไว้ใช้เวลาที่อากาศหนาวๆ เพราะน้ำมันในครีมช่วยเคลือบผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำได้ดี

เนื้อสัมผัส: เข้มข้นมาก/ ลำดับการใช้: ขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุง/ เหมาะกับ: ผิวแห้งถึงแห้งมาก
จุดเด่น: ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นและป้องกันผิวแห้งกร้านได้อย่างดีเยี่ยม

8. Booster: บูสเตอร์

ศัพท์ใหม่ล่าสุดกับ ‘บูสเตอร์’ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ก่อนครีมบำรุงผิวทุกขั้นตอน! สามารถใช้แทนโทนเนอร์ได้เลย ด้วยเนื้อที่บางเบา และคุณสมบัติเฉาะตัวเพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้สารบำรุงต่างๆ ซึมเข้าผิวได้ดียิ่งขึ้น เหมาะกับทุกสภาพผิว

เนื้อสัมผัส: บางเบา/ ลำดับการใช้: ขั้นตอนแรกของการบำรุง/ เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว
จุดเด่น: ปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุง และกระตุ้นให้สารบำรุงซึมเข้าผิวได้ดียิ่งขึ้น

ready2whiteAD (002)

ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากเกาหลี เคที่ดอลล์ เรดี้ทูไวท์ ไวท์บูสติ้งครีม
(Cathy Doll Ready 2 White White Boosting Cream)
#

๒๒๒๒ขั้นตอนแรกของการบำรุงผิวทุกขั้นตอน เพื่อผิวดูใสไม่ต้องรอ! ช่วยบูสเปิดผิวเด้ง เร่งผิวใส ล็อกความกระจ่างใสยาวนาน ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด Encapsulation 3 ชั้น เพื่อบูสผิว 3 ระดับ เปิดไฟให้ผิว, เติมพลังให้ผิวสตรอง และล็อกความชุ่มชื่นกระจ่างใสยาวนาน พร้อมช่วยให้ผิวเปิดรับการบำรุงอย่างเต็มที่ ดูกระจ่างใสขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

 

กล่องแสดงความคิดเห็น Facebook

จำนวนผู้แสดงความคิดเห็น

Copyright GirlsfriendClub 2013 Tel.: +668 045 82828 Fax: +662 255 3596 E-mail: thipnuttha@gmail.com