ฟินกันไป! 10 สุดยอดเมนูของหวาน จากทั่วโลก

ฟินกันไป! 10 สุดยอดเมนูของหวาน จากทั่วโลก

 

sweets_web
ความสุขอย่างหนึ่งของผู้หญิงหวานๆอย่างพวกเรา (อร๊าาาย!!!) คือ การนั่งฟิน จิบชา-กาแฟ กับขนมน่ารักๆ ในยามบ่ายแก่ๆ จริงไหมคะ? ขนาดจะไปเที่ยวต่างประเทศทั้งที ยังต้องมีแวะชิม นั่นนี่ ก็แหม จะให้อดใจได้ไงหล่ะ… นานๆทีก็ต้องขอเติมน้ำตาล ให้ความหวานแก่ตัวเองบ้าง นอกจากที่แฟนเติมให้อยู่แล้ว (บร้าา!!!)

มาค่ะ จัดไป! วันนี้ Jetradar ขอเสนอลายแทง 10 ประเทศ กับ 10 เมนูของหวานขึ้นชื่อ ที่สาวๆรักผู้รักความหวานอย่างพวกเราไม่ควรพลาด จะบินไปเที่ยวเฉยๆ ก็กระไร ต้องไม่พลาดนั่งชิมขนมประจำชาตินั้นๆด้วยนะ
#

1. Gulab Jamun

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – มุมไบ ประเทศอินเดีย

Gulab jamun เป็นของหวานของศาสนาพราหมณ์ ไม่ว่าจะงานแต่งงาน งานวันเกิด และเทศกาลสำคัญๆทางศาสนา ทั้งในอินเดีย และประเทศอื่นๆในแถบนั้นต่างก็นิยมเจ้า “กุหลาบ” นี่แหล่ะ เรียกไม่ผิดหรอก เพราะมันมาจากภาษาเปอร์เซีย Gulab อ่านว่า กุหลาบ แปลว่า “น้ำของดอกไม้” ส่วน Jamun คือชื่อเรียกของผลหว้าในภาษาอูรดู ตามหน้าตาของเจ้าแป้งทอดที่ชุบน้ำหวานจนชุ่มฉ่ำที่เหมือนผลหว้า

sweet1_gulab

ปกติ Gulab Jamun ทำจากไขมันจากนม ซึ่งชาวอินเดียต้องต้มน้ำบนไฟต่ำๆเป็นชั่วโมงๆ จนน้ำระเหยไปหมด เหลือแต่ไขมันที่แข็งตัว เรียกว่า khoya (khoa) เพื่อนำมานวดเป็นแป้งก่อนปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วนำไปทอดกรอบในกระทะไฟไม่แรงนัก ระดับ 148 องศาเซลเซียส และชุบในน้ำเชื่อมพร้อมโรยเครื่องเทศหอมประดับอย่างสวยงาม มีสีแดง-น้ำตาล จากแลคโตสธรรมชาติของนม

#

2. Pavlova

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – ซิดนี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย

Pavlova ชื่อเหมือนชื่อคนรัสเซีย แต่เป็นขนมสัญชาติออสซี่ เป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อนที่นั่นด้วยนะ เป็นเค้กที่ตกแต่งด้วยผลไม้สดหลากหลายชนิด และเหมาะแก่คนที่ชื่นชอบของหวานที่ไม่หวานจัดนัก ปัจจุบันก็ยังเถียงกันไม่จบระหว่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ว่าใครเป็นคนคิดขึ้นมา แต่ที่แน่ๆ ชื่อนี้มาจากชื่อนักบัลเล่ต์ชาวรัสเซีย ที่เคยมาแสดงบัลเล่ต์ที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในยุค 1920 และสร้างความประทับใจด้วยลีลาการเต้นบัลเล่ต์ที่นุ่มนวล และอ่อนหวาน

sweet2_pavlova

Pavlova ใช้ “เมอแรงค์” หรือไข่ขาวที่ตีจนข้นกับน้ำตาล เป็นฐานเค้ก แต่งหน้าด้วยวิปครีมและผลไม้สด วิธีการทำแสนง่าย แต่ทีเด็ดคือผลไม้สดๆ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้สตรอเบอร์รี่และกีวี ซึ่งดำเร็ว ดังนั้น ผลไม้ต้องสดใหม่จริงๆ นี่แหล่ะที่ทำให้ต้องบินไปชิมของแท้ถึงซิดนี่ย์ ออสเตรเลียไง

#

3. Churros

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – มาดริด ประเทศสเปน

ขนมที่คนสเปนส่งเข้าประกวด เป็นที่นิยมถึงขนาดชาวเกาหลีเอาไปดัดแปลง เป็นไอศครีมสอดไส้ที่มาดังในเมืองไทย Churros ของแท้นั้น จริงๆเป็นแท่งแป้งหน้าตาธรรมดาๆ ไม่มีไส้ และโรยแต่น้ำตาล ที่สเปนนิยมรับประทานตอนเช้า กับกาแฟ Latte หรือไม่ก็ Champurrado เครื่องดื่มพิเศษของชาวสเปน

sweet3_churros

ตำนานเค้าว่ากันว่า ชาวโปรตุเกส เห็นชาวจีนทำ “ปาท่องโก๋” แล้วลองทำ แต่ยืดแป้งไม่เป็นเหมือนคนจีน เลยเทแป้งใส่ในถุงแล้วบีบออกมาเป็นเส้นๆทอดลงในน้ำมันแทน หากเพื่อนๆไปที่สเปนแล้วอยากลองเจ้า Churros ก็หาไม่ยากค่ะ มีทอดขายตามริมถนน ร้อนๆ และมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งโรยน้ำตาลเฉยๆ หรือเสิร์ฟกับช็อกโกแลตอีกด้วย (บร๊ะเจ้า!!!!)

#

4. Trifle

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – ลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักรอังกฤษ

อังกฤษไม่ได้มีดีแค่ Fish & chips ถ้าว่ากันถึงของหวาน ก็มีเจ้า Trifle นี่แหล่ะ ที่เป็นเมนูของหวานเชิดหน้าชูตาชาวเมืองผู้ดี มักใช้เสิร์ฟในงานเลี้ยงหรูหรา หรือเป็นขนมหวานปิดท้ายมื้อเย็นที่บ้านกับครอบครัวก็ได้ Trifle มีมานานตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 แล้วโดยชาวอังกฤษดัดแปลงจากขนมของชาวอิตาลี ที่ชื่อว่า Zuppa Inglese หรือ “The English soup” (อ้าว… ใครลอกใครนิ?)

sweet4_trifle

Trifle ประกอบด้วยชั้นของส่วนประกอบ 3-4 ชั้น รองพื้นด้วยผลไม้ต่างๆหั่นเป็นลูกเต๋า สลับกับชั้นของ sponge cake หรือบิสกิต Ladyfinger ที่ซึมซับเหล้าไวน์ sherry หรือไวน์ผสมบรั่นดีจนนุ่ม บางครั้งมักเทเจลาตินเพื่อทำให้เป็นเยลลี่ทั้งก้อน ราดด้วยคัสตาร์ดเข้มข้นและแต่งหน้าด้วยวิปครีม พร้อมโรยผลไม้สดด้านบน

#

5. Baklava

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – อิสตันบุล ประเทศตุรกี

ตุรกีได้มรดกจากอาณาจักรอ็อตโตมันที่เคยรุ่งเรืองในอดีตมามากมายหลายด้าน ส่วนหนึ่งก็เจ้านี่แหล่ะ “Baklava” ที่ว่ากันว่า จริงแล้ว มีต้นตอมาจากชาวเอเชียกลาง-มองโกล เป็นขนมหวานที่บอกความเป็นตุรกีได้ดีที่สุด ตามบันทึกโบราณกล่าวว่า สุลต่านจะแจกจ่าย Baklava แก่ทหารองครักษ์ของตนในทุกวันที่ 15 ของเดือนรอมฎอน เดิมจึงเป็นของเฉพาะที่ไม่ใช่หาทานได้ง่ายๆ นะคะ จะบอกให้…

sweet5_baklava

ขนม Baklava เนี้ย ทำยากมากเลยนะ ต้องรีดแป้งให้เป็นแผ่นๆความหนาเท่ากับกระดาษ แล้ววางซ้อนกันก่อนทาเนยสด โรยถั่วสารพัดถั่ว ที่ต้องสับหยาบๆด้วย แล้วจึงวางแผ่นแป้งสลับกับไส้ถั่วจนเป็นก้อนขนาดพอเหมาะ แล้วก็โยนเข้าเตาอบ ความร้อนประมาณ 180 องศาเซลเซียส ก่อนราดน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง แล้วทิ้งให้เย็นตัวลงจนถึงอุณหภูมิห้อง จึงจะสามารถเสิร์ฟได้ ถ้าเพื่อนๆคนไหนไปตุรกี คิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรเป็นของฝากดี ก็ซื้อเจ้า Baklava นี่เลยค่ะ ถือเป็นของฝากชั้นดีสำหรับเพื่อนๆที่ไทยจากตุรกี

#

6. Apple Strudel

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – เวียนนา ประเทศออสเตรีย

กรุงเวียนนานี่ก็สวยอยู่แล้ว แต่จะยิ่งฟินมากขึ้น หากได้ลองของหวานขึ้นชื่อของที่นี่อย่าง “Apple Strudel” (เรียกว่า Apfelstrudel) เมนูนี้เกิดขึ้นจากการผสมวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อยมากมายในจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ภายใต้ราชวงศ์ฮับสเบิร์ก โดยว่ากันว่า ลอกเลียนแบบมาจาก Baklava ของตุรกีเสียด้วย เอกลักษณ์ของขนมจากออสเตรียนี้ คือ ไส้แอปเปิ้ล

sweet6_strudel

#

7. Bliny

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – มอสโก ประเทศรัสเซีย

ขนม блины ซึ่งอ่านว่า บลิน-นึย มีหน้าตาคล้าย แพนเค้ก (ที่ไม่ใช่ดารานะ…) แต่บางกว่า และใหญ่กว่า เป็นแผ่นแป้งบางๆ ที่เกิดจากการราดส่วนผสมของแป้งกับนม(หรือนมเปรี้ยว)และเนย/น้ำมัน ลงบนกระทะที่ร้อนจัด จนแป้งเริ่มสุก มีส่วนเกรียมดูคล้ายผิวดวงอาทิตย์ ก็ยกออกจากกระทะและราดแป้งเพื่อทำแผ่นต่อไปอย่างรวดเร็ว ตามธรรมเนียมจะเรียงตั้งบนจานแบนให้สูงๆ

sweet7_blini

ไม่รู้บังเอิญหรืออย่างไร เจ้าแพนเค้กรัสเซียนี้ ก็มีเทศกาลของตัวเองเรียกว่า Maslenitsa ในช่วงเดือนมีนาคม โดยเปรียบเสมือนแผ่นแป้งแพนเค้กนี้ เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ คนรัสเซียนิยมทานกับ ไข่คาเวียร์ ปลา แฮม เห็ด หรือครีมเปรี้ยว

#

8. Waffle

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – บรุสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม

Waffle แปลว่า รังผึ้ง แต่ไม่ได้มีรสชาติเหมือนขนมรังผึ้งเมืองไทยนะ แล้วจริงๆแล้วขนมที่คนเรียกกันว่า “Belgian Waffle” นั้น จริงๆแล้วไม่มีอยู่จริงในเบลเยี่ยม (งงไหม?) เพราะว่า waffle ที่ขึ้นชื่อจริงๆ คือ Brussels Waffle และ Liege Waffle ซึ่งไม่ได้หน้าตาเหมือนที่ขายกันในเมืองไทยซะเลย

sweet8_waffle

Brussels waffle ใช้ยีสต์ธรรมชาติในการทำ เบาบาง กรอบ และมีหลุมของรังผึ้งใหญ่กว่า มักทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วน Liege waffle นั้นจะหอมมันกว่า หนากว่า หวานกว่า และเคี้ยวหนึบหนับกว่า แบบหลังนี้ เป็น waffle ที่พบเห็นได้ทั่วไปมากที่สุดในเบลเยี่ยม และหาซื้อชิมกันได้ตามคาเฟ่ มีทั้งรสชาติธรรมชาติ, ผสมวานิลลา, หรือผสมอบเชย

#

9. Babka

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – วอร์ซอว์ ประเทศโปแลนด์

เราไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับประเทศโปแลนด์เลย ทั้งที่จริงๆแล้ว เป็นอีกประเทศที่มีปรัะวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนานประเทศหนึ่ง ชาวโปลิชก็มีขนมรสชาติเช่นกัน ชื่อว่า Babka แปลว่า ขนมคุณยาย (อย่างนี้ต้องอัฐยายด้วยไหมนะ?… ) โดยสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากรูปทรงของมันที่ดูคล้าย กระโปรงเชยๆของคุณยายมากกว่าที่จะมาจากความเก่าแก่ของสูตรขนมที่สืบทอดต่อๆกันมาหลายร้อยปีจากคุณย่าคุณยาย

sweet9_christ

Babka เป็นเค้กที่ทำไม่ยาก มีส่วนผสมจากแป้ง ไข่ กับยีสต์ และราดด้านบนด้วยช็อกโกแล็ตหรือวานิลลา ตกแต่งสวยงามด้วยแอลมอนด์ หรือผลไม้แช่อิ่ม หรือลูกเกด สมัยก่อน ขนมนี้จะทำขึ้นเฉพาะในวันอีสเตอร์เท่านั้นนะ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีขายกันทั่วไปในกรุงวอร์ซอ

#

10. Portuguese egg tart

เส้นทาง: กรุงเทพฯ – ลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

ของแท้ อร่อยกว่าที่เพื่อนไปซื้อในร้านไก่ทอดชื่อดัง หรือทาร์ตไข่ของฮ่องกง มาเก๊า แน่นอน ต้นกำเนิด มาจากประเทศโปรตุเกส คิดค้นโดยนักบวชคาธอลิกที่วัด Mosteiro dos Jerónimos ในนครหลวงลิสบอน ในสมัยศตวรรษที่ 18 ที่พยายามหาวิธีนำไข่แดงที่เหลือในวัดแต่ละวันเป็นจำนวนมาก มาทำเป็นอาหารที่เก็ยได้นานๆ ที่ต้องใช้ไข่มากๆ ก็เพราะเขาเอาไข่ขาวไปลงแป้งให้เสื้อผ้าของนักบวชเงางามไงล่ะ และนี่เอง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ขนมโปรตุเกสแทบทุกอย่าง (ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ฯลฯ) ทำจากไข่

sweet10_tart

ทาร์ตไข่ ที่ชาวโปรตุเกส เรียกว่า “Pastel de nata” นั้น เป็นอาหารสูตรลับในวัดจนถึงปี 1834 เมื่อวัดถูกปิดตัวลง จากผลกระทบของการปฏิวัติศาสนาที่นั่น เหล่านักบวชก็ขายสูตรขนมให้โรงฟอกน้ำตาลแถววัด ซึ่งซื้อสูตรมาเปิดร้านขายขนม ชื่อว่า Fábrica de Pastéis de Belém ในปี 1837 ปัจจุบัน ร้านขนมก็ยังอยู่ที่เดิม และลูกหลานของเจ้าของร้านเดิม ก็ยังคงขายทาร์ตไข่นี้อยู่ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสไปลิสบอนเมื่อไร แวะซื้อมาให้ด้วยล่ะ เพราะคนรอต่อคิวซื้อ ยาวราวกับซื้อ iPhone 6s ตอนเปิดขายใหม่ๆ ขนมทาร์ตนี้ยังได้รับการยกย่องจาก The Guardian ของอังกฤษ ให้เป็นขนมที่อร่อยที่สุดอันดับที่ 15 ของโลกอีกด้วยนะ
#

นี่ถ้าชิมกันหมดทั้ง 10 อย่างนี่ สงสัยคงต้องขอตัวลาไปค้างยิม (กับพี่เทรนเนอร์ อิอิ) ซักเดือนสองเดือนเป็นแน่ เอาเป็นว่า เพื่อนๆคนไหน ถูกใจเมนูอะไร ก็เลือกบินไปได้เลยนะคะ ช่วงนี้ตั๋วเครื่องบินราคาถูก กำลังแข่งกันลดราคาซะด้วยสิ ถ้าไม่รู้จะเลือกที่ไหนยังไง แนะนำไปที่เว็บไซต์อย่าง Jetradar ก่อนก็ได้นะ มีทั้งโปรโมชั่นสายการบินให้เลือกมากกว่า 1,000 สายการบิน หรือจะดาวน์โหลดเป็นแอป มีทั้ง iOS และ Android ให้ใช้งานได้ด้วยนะ เอาเป็นว่า สาวๆอย่างเรา จะไปเที่ยวที่ไหน ก็อย่าลืมแวะเติมความหวานให้ตัวเอง ด้วย 10 เมนูสุดยอดของหวานด้วยล่ะ

กล่องแสดงความคิดเห็น Facebook

จำนวนผู้แสดงความคิดเห็น

Copyright GirlsfriendClub 2013 Tel.: +668 045 82828 Fax: +662 255 3596 E-mail: thipnuttha@gmail.com