6 สารบำรุงผิวที่คุณอาจคิดว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆควรต้องใช้

by: gfc_admin date: 6 March 2017 Category: Beauty & Health, Beauty Tips & How to, Hilight Today, Pop of the Week

6 สารบำรุงผิวที่คุณอาจคิดว่าไม่จำเป็น แต่จริงๆควรต้องใช้

08-Korean-Beauty-Routine_sheet-mask_517490374

 

ทุกๆ 2-3 เดือน มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเทพๆมากมายได้ถูกค้นพบและผลิตขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น มาสหน้า เซรั่ม ครีมบำรุงเท้า หรืออะไรก็ตามที่สุดแล้วแต่จะตั้งกันขึ้นมา

แต่ไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่สำคัญนั้นก็คือ ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เหล่านั้นก็จะยังคงทำงานต่อไป และ Ranella Hirsch , M.D. Cambridge, Massachusetts, dermatologist ได้กล่าวไว้ว่า “ในเรื่องของการบำรุงผิว ส่วนประกอบเหล่านี้แหละที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด”  ซึ่งสารเหล่านี้อาจจะมีชื่อที่คุณเคยได้ยินมาก่อน แต่มันเป็นสารที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้ใช้เพื่อต่อสู้กับรอยเหี่ยวย่นหรือสิวที่ทำให้คุณไม่อยากจะพบเจอ มีสารตัวไหนบ้างและควรใช้อย่างไร ไปดูกันค่ะ

Retinol

สำหรับการต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ไม่มีสารใดในโลกที่สามารถต่อสู้กับริ้วรอยได้ เท่ากับความสามารถของสารอันสมบูรณ์แบบนี้ ด้วยความที่เป็นลูกหลานของ Vitamin A นั้นเอง ดอกเตอร์ Hirsch ได้อธิบายเอาไว้ “นับตั้งแต่ปี 1975 ที่ได้ค้นพบสารตัวอื่นๆขึ้น แต่จวบจนทุกวันนี้เราก็ยังใช้ Retinol เพราะความสามารถที่ได้ผลจริงๆของมัน” จากการศึกษาค้นพบว่า Retinol สามารถสร้าง Collagen ที่ใช้ในการลดริ้วรอยบนใบหน้า ฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพได้และยังทำหน้าที่ต่อสู้กับสิวอีก retinoic acid, หรือ Retin-A ส่งผลได้อย่างรวดเร็วและแห้งไปได้เองตามธรรมชาติได้ โดย Retinol จะใช้เวลา 8 ถึง 10 สัปดาห์ในการเห็นผล (เปรียบเทียบกับ Rx ที่ใช้เวลา 6 สัปดาห์) แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดอาการอักเสบข้างเคียงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้แดง ผิวลอกหรือผิวแห้ง ดังนั้นผู้ใช้ใหม่ๆก็ไม่จำเป็นต้องกังวลแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีราคาถูกกว่าผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมอื่น ที่มักจะมีราคากว่า $100 ขึ้นไป (แล้วยังไม่มีการรับประกันให้อีก)

retinol-anti-wrinkle-facial-serum
Retinol ใช้งานได้อย่างไร ไม่ว่าคุณจะใช้ครีมประเภทใด คุณก็อยากจะค่อยๆให้ผิวปรับตัวกับ Retinol อย่างช้าๆ “ในขั้นแรกฉันมักเริ่มจาก การใช้ครีมที่นุ่มนวลต่อผิวที่สุด ประมาณ 1 คืนต่ออาทิตย์ เพื่อทำการปรับสภาพผิว” Amy Wechsler, M.D. แพทย์ผิวหนังจากเมือง New York กล่าวไว้

เพื่อให้ผิวของคุณได้ปรับสภาพในขั้นแรกคุณจำเป็นต้องใช้ครีมในปริมาณเท่าเม็ดถั่ว จากนั้นจึงเริ่มใช้บ่อยขึ้นเป็นสองครั้งต่อสัปดาห์ ให้หลีกเลี่ยงการขัดและลอกผิวในขณะที่ใช้ Retinol จำไว้ว่าให้เราใช้ Retinol เพื่อสร้างความชุ่มชื้นเท่านั้น และควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยในช่วงหกเดือนแรก

กรด Hyaluronic

Hyaluronic acid มักใช้สำหรับผิวที่ต้องการความชุ่มชื้นมากๆ โดยโมเลกุลเล็กๆในสารนี้จะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง และเป็นสารที่ดูดความชื้นที่ดีที่สุดตัวหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (โดยสามารถทำการกักเก็บน้ำเพื่อความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี)

10577092

นี้เป็นสาเหตุว่าทำไมสารตัวนี้จึงดีต่อผิวมากนัก กรด Hyaluronic นั้นเป็นสารที่สุดยอดและส่งผลดีต่อผิวจริงๆ นอกจากนี้ยังสามารถทำงานเข้าคู่ได้กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ (โดยสามารถใช้ได้กับ retinol ได้ทุกวัน)นอกจากกรด Hyaluronic ไม่ได้มีข้อจำกัดอะไรมากมายในการใช้ และยังใช้ได้กับผิวทุกประเภทและทุกวัย การมีผิวที่ชุ่มชื้นจะบ่งบอกว่าเป็นผิวที่มีสุขภาพดี

แม้ว่ากรด Hyaluronic อาจจะทำให้ผิวที่มันมันเกินไป แต่สามารถใช้เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวได้ นอกจากจะให้ความชุ่มชื้นแล้วยังอุดมไปด้วยวิตามินมากมาย

Vitamin C

Vitamin C ช่วยเพิ่มความแวววาวให้กับผิว แพทย์ส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบวิตามินซี เพราะ antioxidant ในวิตามินจะช่วยการกระตุ้นให้ผิวเสริมสร้าง collagen ได้เป็นอย่างดี โดยจะเพิ่มความแวววาวให้กับผิว ให้ผิวดูเปล่งประกาย จากผลลัพธ์กว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของครีมและเซรั่มมักจะมีส่วนประกอบเป็น วิตามิน C เพื่อทำให้ผิวกระจ่างใสอย่างรวดเร็ว โดยการใช้วิตามิน C และ E ร่วมกัน  หรือใช้ร่วมกรด Ferulic

vitamin-c-beauty-products-inside

แต่วิตามิน C ก็มีข้อเสียเช่นกัน เมื่อวิตามิน C เจอกับแสงแดดหรือออกซิเจน วิตามิน C เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนสีให้ระวังตรงจุดนี้เอาไว้ด้วย เนื่องจากเมื่อเจอกับแสงอาทิตย์ วิตามิน C จะสูญเสียประสิทธิภาพ ดังนั้นวิตามิน C มักจะอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในเวลากลางคืนเสียมากกว่า แม้แต่แพทย์ผิวหนัง Jeanine Downie แนะนำให้ใช้วิตามินซีในตอนกลางคืน โดยไม่ต้องใช้พร้อมกับ Retinol การใช้วิตามินซีตอนกลางคืนเพื่อเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว โดยใช้บ่อยประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

Peptides

เพื่อผิวที่ตึงกระชับ “Peptides นี้มีลักษณะคล้ายๆกับตัวต่อเลโก้ที่เรียงกันต่อจนเป็นเมืองเลโก้ เป็นโปรตีนที่อยู่ในบล็อกแต่ละตัวของเมือง” เป็นสิ่งที่ดอกเตอร์ Hirsch กล่าวเอาไว้ในเรื่องของความสามารถของ Peptides ที่จะช่วยให้ผิวแข็งแรงได้มากขึ้น การศึกษาแสดงให้เห็นว่า Peptides สามารถพัฒนาการสร้าง collagen ทำให้สร้าง collagen ได้เร็วขึ้นและนอกจากนี้ยังทำให้บาดแผลสมานได้อย่างรวดเร็ว โดยมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการทำ Botox เมื่อคุณอายุขึ้นเลข 3 ไปและคุณก็อาจจะอยากลองใช้ Peptides ดูหรือเมื่อสังเกตได้ว่าผิวของคุณไม่เต่งตึงเหมือนช่วงอายุ 20

Products With Peptides
ลองใช้ Peptides กับผิวของคุณ เช่นเดียวกันกับ วิตามิน C Peptides ก็มีโมเลกุลที่ค่อนข้างอ่อนแอ ดังนั้นจงรักษา Peptides ให้ได้ดีที่สุดก่อนที่จะใช้งาน

กรด Salicylic และ Benzoyl Peroxide 

เพื่อกำจัดสิว สารทั้งสองตัวนี้มักจะใช้ร่วมกันในการกำจัดสิว โดยจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกัน “โดยกรด Salicylic เป็น กรด lipid-soluble จะแทรกซึมไปในผิวที่มันเพื่อชำระล้างให้สะอาด และยังไม่ทำให้เกิดการอักเสบอีกด้วย” อ้างอิงจากคำกล่าวของดอกเตอร์ Fredric Brandt และยังบอกไว้อีกว่า “ตัวแอนตี้แบคทีเรีย Benzoyl สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีปัญหา”

Clear-Extra-Strength-Acne-Trial-Kit-2-Salicylic-Acid-5-Benzoyl-Peroxide-for-Severe-Acne-0-0

ถ้าอยากลองใช้ Salicylic Acid และ Benzoyl Peroxide กับผิวของคุณ หรือถ้าคุณกำลังตามหา bacteria-zapping benzoyl peroxide เพื่อใช้ล้างหน้าหรือรักษากระ: ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบมีให้เลือกสรรมากมายตามร้านขายยา โดยมีความเข้มข้นตั้งแต่ 2.5 เปอร์เซ็นต์จนถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถ้าหากคุณเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเหล่านี้เป็นส่วนประกอบแนะนำให้เริ่มใช้ตั้งแต่ตัวที่มี เปอร์เซ็นต์ต่ำไปก่อน และแนะนำให้ลองใช้กรด salicylic รวมกับ โทนเนอร์หรือครีมเพื่อระวังการระคายเคืองหรือการอักเสบของสิวหากคุณมีผิวที่แพ้ง่าย ซึ่งจะค่อนข้างมีผลเบากว่า benzoyl ตามที่ดอกเตอร์ Wechsler อธิบาย

กรด Alpha Hydroxy

เพื่อผิวที่นุ่มลื่น “คนไข้ของฉันน่ะ ชอบใช้ AHAs มากๆ” เป็นคำพูดของดอกเตอร์ Downie ที่ว่าไว้ว่าการขัดผิวคือการวิธีที่ดีที่ในการจัดการผิวเสียจากแสงแดด รอยด่างดำ สิวและริ้วรอย แม้ว่า AHAs จะมีอยู่มากมาย แต่ AHAs ที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือกรด isglycolic ที่จะช่วย แทรกซึมและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพและเร่งผลิตเซลล์ผิวใหม่ ด้วยการลบเลือนผิวหมองคล้ำด้วย

serum-chua-axit-cover

กรด Glycolic จะช่วยให้ความอ่อนเยาว์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ จากการทำงานหน้าดำเคร่งเครียด แต่ข้อควรระวังคือไม่ควรที่จะใช้กรด Glycolic ร่วมกับ retinol และถ้าผิวของคุณอ่อนไหวง่าย ควรลองใช้กรด Glycolic สาร AHA เบาๆ และกรด lactic รวมกันที่จะช่วยให้ผิวยังคงอ่อนเยาว์แต่ก็ไม่แห้งมากไป

Story by 눈의 꽃

#

*เนื้อหาบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ girlsfriendclub.com ไม่อนุญาติให้ดัดแปลง ทำซ้ำ หากต้องการนำไปเผยแพร่ กรุณาติต่อ ทีมงาน GFC

 

กล่องแสดงความคิดเห็น Facebook

จำนวนผู้แสดงความคิดเห็น

Copyright GirlsfriendClub 2013 Tel.: +668 045 82828 Fax: +662 255 3596 E-mail: thipnuttha@gmail.com